จากสถานการณ์ภัยคุกคามและข้อมูลรั่วไหล การใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) เป็นมาตรการสำคัญช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยรหัสผ่าน แต่ในทางปฏิบัติ หลายองค์กรยังติดข้อจำกัดด้าน Legacy System หรือ Web Application เดิม ที่ไม่รองรับ MFA ซึ่งการแก้ Source Code มีความเสี่ยง ใช้เวลา และมีค่าใช้จ่ายสูง
สมาคม CIPAT ร่วมกับ Qsense จึงพัฒนา "MFAwall" เพื่อช่วยให้องค์กรเพิ่มชั้นความปลอดภัยให้ระบบเดิมได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไข Application ทั้งระบบ
3 แกนหลักของ MFAwall
- VERIFY (ยืนยันตัวตน): เพิ่มด่านยืนยันตัวตนก่อนเข้าหน้า Admin, Critical Path หรือ Web App รองรับทั้ง Authenticator (TOTP) และ Passkey ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อรหัสผ่านถูกขโมย
- DEFEND (ป้องกันเว็บแอปพลิเคชัน): กรองและควบคุม Traffic ก่อนเข้าสู่ระบบ ป้องกัน SQL Injection, XSS, Bot, Request ผิดปกติ รวมถึงจำกัด HTTP Method และพื้นที่การเข้าถึง
- FUTURE (พร้อมรับ Post-Quantum): รองรับ Hybrid Key Exchange (ML-KEM ร่วมกับ TLS) เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวจากภัย "Harvest Now, Decrypt Later" และเตรียมระบบสู่ยุค Post-Quantum Cryptography
MFAwall มุ่งตอบโจทย์ว่า "หากระบบเดิมยังไม่รองรับ MFA จะเริ่มยกระดับความปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ได้อย่างไร" เพราะงาน Cybersecurity ไม่ควรรอให้ทุกอย่างพร้อม แต่ควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงและเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมทันที
รายละเอียดโครงการ: https://mfawall.cipat.or.th
